Last updated: 19 ก.ค. 2566 | 3266 จำนวนผู้เข้าชม |
1. ลามิเนต (Laminate) หรือ HPL (High Pressure Laminate)
ที่มาของภาพ: Freepik
เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่เอาไว้ใช้สำหรับปูพื้นผิว มีลวดลายให้เลือกหลากหลายทั้งสีพื้น ลายไม้ที่ใกล้เคียงธรรมชาติ ให้ความรู้สึก และสัมผัสที่เหมือนไม้จริง ลายหิน ลายผ้า ลายโลหะ ลายกราฟิก หรือสั่งพิมพ์ลายตามแบบที่ต้องการ สามารถสั่งทำผิวสัมผัสที่เสมือนจริงได้ อีกทั้งยังสามารถสั่งผลิตสีตาม Pantone และสามารถทำผิวด้านหรือผิวมันวาวพิเศษได้ด้วย โดยแผ่นลามิเนตมีความหนาประมาณ 0.6-1.0 มิลลิเมตร โดยส่วนมากจะนิยมนำแผ่นลามิเนตไปทากาวเพื่อปิดทับบนตัวงาน หรือนำไปเข้าเครื่องรีดอัดแผ่นลามิเนตโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับนำไปใช้ในงานออกแบบตกแต่งภายใน อาทิเช่น ผนัง ฝ้า เพดาน ตู้เสื้อผ้า เตียง และเฟอร์นิเจอร์ที่มีอายุการใช้งานที่นาน
ข้อดีของลามิเนต (Laminate)
1. มีสีสันและลวดลายให้เลือกหลากหลาย สีและลายไม่ซีดจาง แม้ตากแดดโดยตรง
2. แข็งแรง ทนทาน ทนต่อแรงกระแทก รอยขูดขีด ความชื้น สารเคมี และความร้อนได้ดีกว่า ผิวกระดาษ ผิวพีวีซี และผิวเมลามีนอีกด้วย
3. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน เนื่องจากพื้นลามิเนตไม่มีใช้สาร Dioxins ขั้นตอนการผลิต
4. บำรุงรักษา และทำความสะอาดง่ายเพียงแค่ใช้น้ำสบู่อ่อนๆ เช็ดบริเวณที่เกิดคราบสกปรกเบาๆ
5. ราคาไม่แพง
ข้อเสียของลามิเนต (Laminate)
1. ราคาสูงกว่าไม้เคลือบผิวเมลามีน
2. ความแข็งแรงและคงทนของแผ่นลามิเนตขึ้นอยู่กับกาวและวิธีการปิด ส่วนความเรียบและความสวยงามขึ้นอยู่กับฝีมือและการควบคุมความสะอาดในขั้นตอนการทำงาน
ส่วนประกอบของลามิเนต (Laminate)
1. Overlay คือชั้นบนสุด หรือส่วนพื้นผิวของแผ่นลามิเนต มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทาน ช่วยป้องกันการสึกหรอของแผ่นลามิเนต ไม่ว่าจะเป็นความร้อน และรอยขีดขวนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตามการใช้งาน
2. Decorative Paper คือชั้นถัดมาจาก Overlay เป็นชั้นที่เป็นส่วนของลวดลายต่าง ๆ เช่น ลายไม้ ลายหินอ่อน และอื่นๆ
3. Core คือชั้นกระดาษคราฟ (Kraft Paper) ที่เคลือบด้วยเรซิ่นชนิดพิเศษจนสร้างกระดาษให้รวมตัวกันเป็นแผ่นชั้นหนา เพื่อให้แผ่นลามิเนตมีความแข็งแรง ไม่โก่ง บิดงอ หรือแตกหักได้ง่าย
2. ไม้บาง หรือวีเนียร์ (Veneer)
ที่มาของภาพ: MATERIALDISTERICT
เป็นไม้แผ่นบาง มีความหนาไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ผลิตจากการฝานผิวเนื้อไม้ออกเป็นแผ่นบางๆ แล้วนำไปอบและรีด ซึ่งไม้แต่ละชนิดจะให้ความสวยงามและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไปตามธรรมชาติของไม้ โดยนิยมนำมาใช้เป็นวัสดุตกแต่งบ้าน หรือใช้เป็นวัสดุปิดผิวเฟอร์นิเจอร์ไม้
ข้อดีของไม้บาง หรือวีเนียร์ (Veneer)
1. สวยงาม และให้ผิวสัมผัสที่เป็นเนื้อไม้ตามธรรมชาติ ทนต่อความชื้นและรอยขูดขีด
2. สามารถเคลือบผิวแบบเงาและแบบด้านได้
3. มีอายุการใช้งานยาวนาน
ข้อเสียของไม้บาง หรือวีเนียร์ (Veneer)
1. มีราคาสูง
2. ไม่สามารถสั่งผลิตลวดลายตามที่ต้องการได้ และหากต้องการใช้ลายไม้ชนิดหายากราคาก็จะสูงตามไปด้วย
3. ไม่ทนต่อรอยขีดข่วน น้ำ และความชื้น
4. บำรุงรักษาและทำความสะอาดยากพอสมควร อีกทั้งต้องขัดและเคลือบผิวใหม่เป็นระยะเพื่อรักษาความสวยงามของผิววัสดุ
3. เมลามีน (Melamine Paper Films Foil)
เป็นวัสดุที่ทำจากกระดาษหลายๆ ชั้นอัดแน่นทับกันแล้วเคลือบเงา พร้อมทั้งพิมพ์ลายเลียนแบบสีไม้ธรรมชาติ เพื่อนำมาใช้ในการปิดผิวชิ้นงาน มีความหนาประมาณ 0.3-0.4 มิลลิเมตร การปิดผิวเมลามีนสามารถทำได้โดยการนำแผ่นเมลามีนมาปิดทับบน Particleboard หรือ MDF และใช้ความร้อนสูงเป็นตัวเชื่อม ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพในการใช้งานมากขึ้น ส่วนใหญ่นิยมนำไปเคลือบผิวบนโต๊ะทำงาน โต๊ะคอมพิวเตอร์ โต๊ะประชุม โต๊ะผู้บริการ หรือชุดครัว เป็นต้น
ข้อดีของเมลามีน (Melamine Paper Films Foil)
1. ทนความร้อน กันน้ำ ความชื้น และรอยขีดข่วนได้ดี
2. รองรับกรดอ่อน ๆ ภาชนะที่มีความร้อน
3. เช็ดทำความสะอาดคราบสกปรกต่างๆ ได้ง่าย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
4. การเคลือบผิวด้วยเมลามีนจะแนบสนิทประสานกับผิวไม้ไม่หลุดร่อน
5. ราคาถูกกว่าลามิเนต และมีอายุการใช้งานที่นาน
ข้อเสียของเมลามีน (Melamine Paper Films Foil)
1. ผิวที่เคลือบมีความบางมาก อาจทำให้เกิดรอยบิ่นตรงขอบเวลาตัด
2. ผิวถลอกถึงเนื้อไม้ถ้าถูกขูดอย่างแรง
3. มีสีและลวดลายให้เลือกน้อย
4. เคลือบผิวได้เฉพาะไม้วิศวกรรมบางประเภทเท่านั้น
5. อายุการใช้งานรวมน้อยกว่าลามิเนต
4. พีวีซี (P.V.C : Polyvinyl Chloride)
ที่มาของภาพ: Savor Revestimentos
เป็นวัสดุที่ทำจากพลาสติกและพิมพ์ลายเลียนแบบสีไม้ธรรมชาติด้วยวิธีทางกล (Mechanical Embossing) มีความหนาประมาณ 0.15 มิลลิเมตร หรือมีความหนาตั้งแต่ 0.12 มิลลิเมตรขึ้นไป โดยการนำมาใช้ปิดผิวไม้นั้นจะใช้กาวและความร้อนสูงเป็นตัวเชื่อม เพื่อให้ติดกับผิวไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ในการปิดบนผิวชิ้นงาน เพื่อป้องกันรอยขูดขีดหรือการซึมของน้ำที่จะมาทำความเสียหายต่อชิ้นงาน เช่น โต๊ะคอมพิวเตอร์ โต๊ะทำงาน ตู้เอกสาร เป็นต้น
ข้อดีของผิวพีวีซี (P.V.C : Polyvinyl Chloride)
1. สามารถทนความร้อน ความชื้น และรอยขีดข่วนได้ในระดับปานกลาง
2. สวยงาม มีลวดลายให้เลือกใช้งานหลากหลาย เช่น สีไม้ สีหินทราย และสีพื้นต่างๆ เป็นต้น
3. ราคาถูก
ข้อเสียของผิวพีวีซี (P.V.C : Polyvinyl Chloride)
1. ทนความร้อน ความชื้น และรอยขีดข่วนได้ไม่เทียบเท่าผิวเมลามีนและผิวลามิเนต
2. หากสัมผัส หรือโดนน้ำบ่อย ๆ อาจจะทำให้หลุดลอกและใช้งานได้ไม่ยาวนาน
3. ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญในการปิดผิวพีวีซีกับตัวชิ้นงาน
5. กระดาษ (Paper Foil หรือ P.U. Paper)
ที่มาของภาพ: Etsy
เป็นกระดาษพิมพ์ลวดลายต่างๆ ปิดหน้าด้วยกาว แล้วทำการเคลือบด้วยเรซินที่มีลักษณะใส ซึ่งความแข็งจะขึ้นอยู่กับความหนาและวัสดุที่ใช้เคลือบ โดยสารเคลือบหรือเรซินที่นิยมใช้มากที่สุดจะเป็นโพลียูริเทน เพราะจะได้ความแข็งที่มาก กันความชื้น และทนความร้อนได้พอสมควร ส่วนใหญ่ผิวกระดาษนิยมนำมาใช้ในการปิดผิวชุดเฟอร์นิเจอร์ราคาถูก เช่น ตู้เสื้อผ้า เตียงนอน ชั้นวางของ เป็นต้น โดยความหนากระดาษที่ใช้จะเริ่มต้นที่ 28 กรัมต่อตารางเมตรขึ้นไป
ข้อดีของผิวกระดาษ (Paper Foil หรือ P.U. Paper)
1. สีสันสวยงาม
2. ราคาถูก
3. หาซื้อได้ง่าย
ข้อเสียของผิวกระดาษ (Paper Foil หรือ P.U. Paper)
1. เกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย
2. ทนความร้อนและความชื้นได้น้อย
3. มีอายุการใช้งานน้อย
6. หินสังเคราะห์ หรือหินเทียม
ที่มาของภาพ: Suburban Casa
เป็นหินที่เกิดจากการสังเคราะห์ขึ้นมา มีความแข็งแรง ทนความร้อน ความชื้น สารเคมี น้ำหนักเบา และติดตั้งง่าย ส่วนมากนิยมใช้หินสังเคราะห์หรือหินเทียมอะคริลิค 100% หินเทียมอะคริลิคผสมโพลีเอสเตอร์ และหินเทียมโปร่งแสงหินเทียม ความหนาตั้งแต่ 6 – 25 มิลลิเมตร ในการตกแต่งภายใน-ภายนอกอาคาร ไม่ว่าจะเป็นการนำไปปิดผิวผนัง เสา หรือนำไปทำเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินต่างๆ
ข้อดีของหินสังเคราะห์ หรือหินเทียม
1. มีความแข็งแรง ทนความร้อน ความชื้น และสารเคมี
2. น้ำหนักเบา และติดตั้งง่าย
3. มีสีสันและลวดลายให้เลือกหลากหลาย
4. ป้องกันรังสียูวี การดูดซึมน้ำ และไม่ทำให้เกิดแบคทีเรียและเชื้อรา
5. สีของพื้นผิวไม่เปลี่ยนแปลงง่าย
6. ใช้ได้ทั้งภายในอาคารและภายนอกอาคาร
ข้อเสียของหินสังเคราะห์ หรือหินเทียม
1. ราคาแพงกว่าหินธรรมชาติ
2. หินเทียมที่มีส่วนผสมโพลีเอสเตอร์จะไม่สามารถดัดโค้งได้
7. หินอ่อน
ที่มาของภาพ: Backsplash.com
เป็นหินที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ มีลวดลายหลากหลายคล้ายหินแกรนิต แต่ทนทานน้อยกว่า โดยหินอ่อนนิยมนำมาใช้ในงานกรุผนัง ปูขั้นบันได แกะทำรูปสลักต่างๆ หรือทำเป็นท็อปโต๊ะ-เคาน์เตอร์ทำให้เฟอร์นิเจอร์มีน่าสนใจมากขึ้น เพราะหินอ่อนแสดงถึงความหรูหรา เงางาม
ข้อดีของหินอ่อน
1. มีความแข็งแรง ทนทาน
2. มีผิวสัมผัสที่สวยงาม และมีลวดลายให้เลือกหลากหลาย
3. ติดตั้งและทำความสะอาดง่าย
ข้อเสียของหินอ่อน
1. ไม่ทนต่อสารเคมี ความร้อน และรอยขีดข่วน
2. เมื่อเจอความร้อนจากแสงแดดมากๆ จะทำให้สีซีดจาง
3. ราคาแพง
8. หินแกรนิต
เป็นหินที่เกิดขึ้นจากการทับถมของดินเป็นระยะเวลานานในธรรมชาติ นิยมนำมาใช้เป็นวัสดุปิดผิวสำหรับเฟอร์นิเจอร์ภายในอาคารและใช้เป็นวัสดุปิดผิวเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการการกันน้ำและความชื้นเป็นพิเศษ เนื่องจากหินแกรนิตมีความแข็งแรง ทนทาน ไม่ผุกร่อนเมื่อโดนแสงแดดและน้ำ (กันน้ำได้มากถึง 90% ) มีสีสันและลวดลายที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ และให้ความรู้สึกหรูหรา มั่นคง แข็งแกร่งแก่ผู้ใช้งาน
ข้อดีของหินแกรนิต
1. แข็งแรง ทนทาน ไม่ติดไฟ
2. กันน้ำ และความชื้น
3. มีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่ผุ ไม่ขึ้นสนิม
4. มีสีสันและลวดลายที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์
5. ดูแลรักษาง่าย
ข้อเสียของหินแกรนิต
1. ไม่ทนกรดและสารเคมี
2. มีน้ำหนักค่อนข้างมาก
3. อาจเกิดสีซีดจางเมื่อโดนแดดมากๆ
4. ใช้ปิดผิวได้แค่บางพื้นผิวเท่านั้น
9. ไม้จริง
ที่มาของภาพ: Decorotation Interiors
เป็นวัสดุปิดผิวที่ถูกผลิตขึ้นจากธรรมชาติ แข็งแรง คงทน สวยงาม ลวดลายและผิวสัมผัสเป็นเอกลักษณ์ นิยมนำไปใช้งานทั้งภายในและภายนอกอาคาร เช่น งานปูพื้น กรุผนัง ฝ้า หรือประกอบเป็นเฟอร์นิเจอร์ชนิดต่างๆ แต่ในปัจจุบันการใช้ไม้จริงได้รับความนิยมลดลง เพราะทรัพยากรทางธรรมชาติลดน้อยลง หายาก และมีราคาสูง
ข้อดีของไม้จริง
1. แข็งแรง ทนทาน และคงทน
2. มีลวดลายและผิวสัมผัสเป็นเอกลักษณ์ สวยงามตามธรรมชาติ
3. ใช้งานได้หลากหลายทั้งงานพื้น, งานเพดาน , งานเฟอร์นิเจอร์
4. ติดตั้งสะดวก รวดเร็ว
ข้อเสียของไม้จริง
1. ไม่ทนต่อสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมภายนอก
2. ทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติ
3. หากดูแลรักษาไม่ดี ไม้จะผุกร่อน ปลวกกัดกินได้ง่าย
ที่มา: WAZZADU , S.T.S PRODUCT , Anchanaツ , KITCHENFORM , Homezoomer , Homedeedee.com , buddyshops , Thai True Friend Outlet , WAZZADU
19 ก.ค. 2566
13 มิ.ย. 2566